วันอังคารที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2552

ทำตัวอย่างไรเมื่อต้องนัดบอด

ท่าทางหนุ่มสาวสมัยนี้ให้เวลากับการเรียนและการงานมากไปมั้ง ขนาดบางท่านเรียนจนคว้าปริญญาได้ใบนึงแล้วยังไม่พอต้องมีอีก 2-3 ใบ ถึงชื่นใจก็มีแฮะ หรือหากทำงานแล้วก็ตะลุย ทำนู่นทำนี่ซะจนไม่มีเวลาหาคู่มาหยอกล้อต่อกระซิก มีเยอะเนอะ

จึงเปิดช่องให้เพื่อนฝูงรวมทั้งญาติผู้ใหญ่ พยายามทำหน้าที่เป็นแม่สื่อแม่ชักแนะนำ “คนที่พวกเขาภูมิใจเสนอ” แก่ “ผู้ที่ยังไร้คู่” เพื่อจะได้มีคู่สักที คงเพราะเป็นห่วง กลัวว่าขาดคู่แล้วจะเหงาหรือไงนี่แหละ ซึ่งก็ถือเป็นความปรารถนาดีที่น่าสรรเสริญซะจริง จริ๊ง

ฮันแน่....หากใครมีเพื่อนที่เป็นห่วงเพื่อน หรือญาติที่หวังดีละก็ ถ้าไม่เรียกว่าโชคดีแล้วจะเป็นอะไรซะอีกล่ะ ส่วนวิธีที่พวกเขาชอบงัดมาใช้หาคู่ ให้มักหนีไม่พ้น “การนัดบอด” น่ะซีท่าน

ที่ “นัดบอด” ให้ เพราะหวังอยากให้ “ผู้ไร้คู่” มีโอกาสได้รู้จักกับคนใหม่ๆไงล่ะ เพราะไม่งั้น ก็คงคลุกคลีอยู่กับเพื่อน หน้าเดิมๆเพียงแค่ไม่กี่คนเหมียนเดิม ดังนั้น ถ้าเผื่อรู้จักเพิ่มขึ้นอีกคนหรือสองคน ไม่แน่นะ ปาฏิหาริย์อาจบังเกิดให้มีฟง มีแฟน เป็นเรื่องเป็นราวอย่างเป็นจริงเป็นจังสักทีก็ได้

แต่จะเป็นแม่สื่อให้ใคร กรุณามองให้ออกหน่อยเหอะว่า ใครคนนั้นต้องการมีแฟนจริงๆ ไม่ใช่ว่า ตอนนี้เค้าไม่อยากมีแฟนสักหน่อยแต่ดันสะเหล่อไปยัดเยียดใครก็ไม่รู้ให้มา เป็นแฟน เดี๋ยวก็ได้ หน้าแหกกันบ้างหรอก

ถ้ามีการนัดบอดให้ละก็ งั้นตั้งข้อสังเกตได้เลยว่า ทั้งสองฝ่ายย่อมไม่เคยรู้จักกันมาก่อน จึงควรไปทำความรู้จักซะ หลังได้ประสบพบพักตร์กันแล้ว ซึ่งหนุ่มสาวบางคนชอบวิธีนัดบอดนะ เพราะไม่ต้องเสียเวล่ำเวลาเริ่มสานสัมพันธ์ กับคนแปลกหน้าให้เหนื่อยเปล่า แหม...มีคนมาประเคนเสนอตัวให้รู้จักมักจี่หยั่งงี้แล้วไม่เวิร์กตรงไหน?

แต่อะฮ้า บางท่านก็บ่นว่า ไม่เอาด้วยหรอกกับการนัดบอด เพราะคิดว่าแม่สื่อแม่ชักจะรู้ได้ไงว่า เราอยากมีแฟนสเปกไหน? เพราะโดยมากแม่สื่อก็ใช้ สัญชาตญาณของตัวเองเลือกคนที่ตัวชอบก่อนแล้ว จึงนัดมาให้เจอเราอีกทอดนึงนั่นแหละ แถมการนัดบอดยังทำให้รู้สึกจั๊กจี้หัวใจยังไงไม่รู้ เขินน่ะเฟ้ยถ้าให้ไปพบคนแปลกหน้า เพราะไม่รู้จะทำตัวยังไงดีน่ะซิ

เข้าใจนะว่าทำไมถึงคิดอย่างนี้ แต่ขอร้องล่ะ ถ้าคุณไม่อาจหลีกเลี่ยงการนัดบอดได้ ลองเผชิญหน้ากับมันสักตั้งดิ อย่างน้อยหากเจอแล้ว ถ้าเค้ายังไม่ใช่ จะได้รู้กันไป แต่หากคุณบอกปฏิเสธตลอดศก ก็เท่ากับปิดกั้นตัวเองเกินไปอีกนั่นแหละ

งั้น หากมีนัดบอดกับใคร เริ่มต้น อย่างนี้ ดีมะ....

1. ถ้าอยากลองนัดบอดละก็ ก่อนอื่นอย่าคาดหวังให้มากเกินไป

ด้วยหลักเกณฑ์ทางธรรมชาติ ก็ไม่เห็นมีมนุษย์ คนไหนเพอร์เฟกต์หรือสมบูรณ์พร้อมไปซะทุกอย่างนี่หว่า แล้วนับประสาอะไรจะไปคาดหวังจนถึงขั้นฝันกลางวันว่า คนที่คุณจะได้พบ ต้องหน้าตาดี, การศึกษาเลิศ, มีหน้าที่การงานน่าพิสมัย หนำซ้ำฐานะการเงินก็อู้ฟู่ ชนิดมีเงินมีทองล้นตู้ให้ใช้กันทั้งคู่ ชาตินี้ก็คงไม่หมด...อะไรเหล่านี้...คิดฟุ้งซ่านไปได้! ลองย้อนกลับมาดูตัวเองบ้างเหอะว่า คุณสมบัติทั้งหมดนี้ ตัวคุณเองมีบ้างไหม? ถ้าตัวเองก็ยังมีไม่ครบ แล้วจะหวังอะไรนักหนาจ๊ะ โถ...จะละเมอทั้งทีก็ให้ ใกล้เคียงกับความจริงหน่อยเด้

2. พิจารณาสักนิ้ดว่า ใครคือคนที่ช่วยนัดบอดให้?

ถ้ารู้จักมักจี่แล้วปรารถนาดีก็แล้วไป แต่หากคนที่ชวนไม่สนิทกันสักหน่อยก็อย่าไปเลย เรื่องนี้ต้องระวังเหมือนกันนะ ขนาดแม่สื่อรู้จักกันดี เรายังไม่แน่ใจเลยว่า คนที่เค้าชวนให้ ไปเจอจะถูกใจเรารึเปล่า? แถมสมัยนี้มีพวกต้มตุ๋นชุกชุม ขืนไปเจอพวกโรคจิตเข้าจะยิ่งเก๊กซิมเข้าไปใหญ่

ถ้ารู้สึกไม่ปลอด ภัย ก็อย่าไปจำไว้เลย

3. เชื่อมะว่า บางคนจัดแจงนัดบอดให้ตัวเองก็มี

อย่างบางทีแค่นึกสนุกอยากทำอะไรแปลกๆให้ตัวเองตื่นเต้นเล่นๆ ดังนั้นพอรู้ว่า ที่ไหนประกาศจัดงานนัดบอด แล้วเพื่อนๆก็ดั๊นชวนให้ไปซะด้วย ซึ่งตอนนั้นคุณอาจคิดว่าก็แค่งานขำๆ เผอิญเป็นงานกุศลจึงไปก็ไปว่ะ ไปได้คุยกับคนแปลกหน้า เพื่อฆ่าเวลาแล้วจะเป็นอะไรไป แต่เชื่อมะ ผู้ที่เคยลองทำหยั่งงี้แล้วได้เจอแฟนตัวจริงไปเลยมีนะ เดี๋ยวจะหาว่าโม้ คนเราบางทีแปลกหน้ากันก็จริง แต่ถ้าฟ้าสร้างให้บอร์น ทู บี หรือเกิดมาคู่กันแล้ว แค่คุยแป๊บๆ ก็รู้แหละว่าเป็นเนื้อคู่ตัวจริงหรือไม่ นี่แน่ะถึงว่า เวลาบุพเพสันนิวาสขยันทำงานขึ้นมาเปรี้ยงปร้างแล้ว อะไรที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้นได้ทั้งน้าน



4. เมื่อตกลงเสี่ยงเป็นเสี่ยงกัน กะไปตามที่นัดบอดไว้

นอกจากควรไปให้ตรงเวลาแล้ว การแต่งเนื้อแต่งตัวก็ไม่ต้องหะรูหะรานักหรอก ไม่ใช่ลากชุด ทักซิโด (หากเป็นชาย) ไป หรือใส่ชุดราตรี (ถ้าเป็นหญิง) แบบเต็มยศ นี่ก็เว่อไป

ถ้าคุณอยากมีแฟนที่รักใน “สิ่งที่คุณเป็น” ละก็ ตั้งแต่เจอหน้ากันครั้งแรก ก็อย่ามัวแต่แข็งทื่อ ควรทำตัวสบายๆและสุภาพเข้าไว้ อ้ออีกอย่างอย่าถึงกับ โอ้โห ปล่อยคำพูด สะแหรงหูแบบมึง, กู รวมทั้งสัตว์เดียรัจฉานครบเซ็ต หรือแกล้งวัดใจของอีกฝ่ายต่างๆนานา ก็ตลกอ่ะ ปัดโธ่...นี่แค่ให้ไปทำความรู้จักกันนะยะ ไยต้องพูดคำหยาบและเสแสร้งแกล้งกระแดะด้วยล่ะ แค่ทำตัวตามสบาย สไตล์ที่คุณเป็น ไม่มากไป แต่พอดีๆ เท่านี้ทั้งคู่ก็น่าจะประเมินได้แล้วล่ะน่า ว่าควรคบต่อไปดีมะ

5. ถ้าพบกันครั้งแรกแล้ว ทำให้ทั้งคู่อยากเจอกันอีก

ก็ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีน่ะซิ แสดงว่า การนัดบอดคราวนั้นไม่เสียเที่ยวซะทีเดียว แต่อย่าเพิ่งด่วนสรุปว่า เค้าคนนี้เป็นตัวจริงของแท้ที่คุณอยากคว้ามาเป็นแฟนแหงๆเลย เอาน่า ทนศึกษานิสัยใจคอของกันต่อไปสักอีกนิด และรู้กำพืดของกันและกันอีกหน่อย แล้วค่อยตกลงใจว่านี่เป็น “รักแท้” ไม่รู้โรยก็ยังทัน และขอให้ใครคนนั้นอย่าปลอมตัวมาแบบว่า มีแฟนแล้ว แต่ทำเป็นไม่มีละกัน เพราะไม่มีคนดีๆที่ไหน “อยากกินน้ำใต้ศอก” หรอกนะค๊า

credit: thairat

0 ความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น